วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

ภารกิจที่ 7 วิเคราะห์เพลงนิราศ เพลง : ช้ำรักจากอุบล

ภารกิจที่ 7
วิเคราะห์เพลงนิราศ
เพลง : ช้ำรักจากอุบล
เนื้อเพลง
เหม่อมองฟ้าหม่น คิดถึงอุบลบ้านแฟน
ไม่พบแม่ตาซอนแลน บ่เห็นหน้าแฟนมาแล้วตั้งดน
คิดฮอดทูนหัว แม่พุ่มดอกบัวเมืองอุบล
แห่เทียนพรรษานัดเจอหน้ามน แต่สาวอุบลก็เงียบหาย
ห่างไกลขวัญอ่อน บ่าวยโสธรโศกศัลย์
โอ้สาวเมืองดอกบัวบาน ยามร้างห่างกันพี่แสนหวั่นไหว
สวนพระยาแถน เสี่ยงบั้งไฟแสนกับพี่ชาย
เจ้าลืมแล้วบ่แม่ช่อผักใส่ ความหลังบั้งไฟยโสธร
***แก่งสะพือ เคยเที่ยวด้วยกันสงกรานต์ผ่านมา
ท่าเดื่อและหาดสวนยา ล่องเรือลำมูลชมคูณเหลืองอ่อน
พาเธอเที่ยวแถม ผาแต้ม โขงเจียม เขื่อนสิรินธร
เคยได้พาขวัญอ่อน ดูโขงสีปูนเชื่อมมูลสีคราม
เหม่อมองฟ้าหม่น คิดถึงหน้ามนยิ่งเหลือ
จนพ้นพรรษาแข่งเรือ ไม่เห็นหน้าแฟนพี่แสนวาบหวาม
กลับมา ยโส มานั่งโศกา อยู่นาทาม
เหม่อมองเมฆฟ้าสีหม่นปนคราม คิดถึงโฉมงามเมืองดอกบัว
(ซ้ำ***)

ประวัติเพลง
เพลง                 :           ช้ำรักจากอุบล
ศิลปิน               :           มนต์แคน แก่นคูน
คำร้อง/ทำนอง    :           ดอย อินทนนท์
เรียบเรียง           :           เสถียรชัย สุวรรณพิมพ์    
จุดประสงค์ในการแต่ง
            เพลง ช้ำรักจากอุบล แต่งเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของหนุ่มยโสธรที่คิดถึงแฟนซึ่งเป็นสาวอุบล ที่ไม่ได้เจอกันมานาน ในช่วงแห่เทียนพรรษาเคยนัดเจอกัน แต่แฟนกลับเงียบหาย ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกโศกเศร้าจากความคิดถึง กล่าวถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน เห็นอะไรก็คิดถึงแต่หน้าสาวอุบล สุดท้ายก็ต้องกลับไปที่นาทาม จังหวัดยโสธร
จุดเด่น
            เพลง ช้ำรักจากอุบล เป็นเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของชายหนุ่มที่คิดถึงคนรักที่ไม่ได้พบกันมานาน เป็นอารมณ์โศกเศร้า คร่ำครวญคิดถึงคนรัก คิดถึงสถานที่ต่างที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน ในเทศกาลต่าง ๆ เห็นอะไรก็คิดถึงแต่หน้าคนรัก ทำให้ผู้ฟังได้รู้จักสถานที่และประเพณีต่าง ๆของอุบลราชธานี พร้อมทั้งเกิดอารมณ์สะเทือนใจไปกับความรู้สึกของชายหนุ่ม และเกิดความลึกซึ้งไปตามบทเพลง
โครงเรื่อง
1.       ชายหนุ่มคิดถึงอุบลบ้านแฟนซึ่งเป็นสาวอุบล
2.       แห่เทียนพรรษานัดเจอหน้ากัน แต่สาวอุบลก็เงียบหาย
3.       ชายหนุ่มซึ่งเป็นบ่าวยโสธรจึงบ่าวยโสธรโศกศัลย์
4.       สวนพระยาแถน
5.       แก่งสะพือ
6.       ท่าเดื่อ
7.       หาดสวนยา
8.       ล่องเรือลำมูลชมคูณเหลืองอ่อน
9.       ผาแต้ม
10.   โขงเจียม
11.   เขื่อนสิรินธร
12.   ดูโขงสีปูน
13.   มูลสีคราม
14.   กลับมายโสมานั่งโศกาอยู่นาทาม
ด้านการใช้ภาษา
การดำเนินเรื่องของเพลง เพลง ช้ำรักจากอุบล เป็นการเล่าถึงความคิดถึงที่หนุ่มยโสธรมีต่อสาวอุบลราชธานี ดำเนินเรื่องบรรยายสถานที่ที่เคยไปเที่ยวด้วยกันในประเพณีต่าง ๆ  ผู้แต่งใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เป็นเนื้อเพลงภาษาไทยกลางปนกับอีสานได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงกลิ่นอายความเป็นอีสาน สามารถจินตนาการถึงสถานที่ตามที่เนื้อเพลงได้ และสามารถเข้าใจความหมายของเพลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง
นอกจากนี้ยังมีการใช้โวหารภาพพจน์ซึ่งเป็นกลวิธีทางภาษาที่มุ่งให้เกิดความรู้ความเข้าใจแจ่มแจ้งทั้งความหมายนัยตรงและนัยแฝงเร้น เน้นให้เกิดทั้งอรรถรสและสุนทรียรสในการสื่อสาร อันเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งทางวรรณศิลป์  ได้แก่
สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน  ไม่เรียกตรง ๆ ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความ ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป
ตัวอย่าง
สวนพระยาแถน เสี่ยงบั้งไฟแสนกับพี่ชาย
เจ้าลืมแล้วบ่แม่ช่อผักใส่ ความหลังบั้งไฟยโสธร
เพลง ช้ำรักจากอุบล มีการใช้สัญลักษณ์ว่า “แม่ช่อผักใส่” แทน แฟนที่เป็นสาวอุบลราชธานี

นามนัย  คือการใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลักษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง  คล้ายๆสัญลักษณ์   แต่ต่างกันตรงที่  นามนัยนั้นจะดึงเอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่งมากล่าว  ให้หมายถึงส่วนทั้งหมด
ตัวอย่าง
กลับมา ยโส มานั่งโศกา อยู่นาทาม
เหม่อมองเมฆฟ้าสีหม่นปนคราม คิดถึงโฉมงามเมืองดอกบัว
            เพลง ช้ำรักจากอุบล มีการใช้นามนัยว่า “เมืองดอกบัว” ซึ่งหมายถึง จังหวัดอุบลราชธานี

นางสาวจินตนาพร   หล่อยดา   ชั้นปีที่ 4   หมู่ 2   รหัสนักศึกษา 57210406202   สาขาวิชาภาษาไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น